การราดหน้าในหนังเอวีญี่ปุ่นมีที่มาอย่างไรแล้วทำไมจึงต้อง “ราดหน้า”

สำหรับคอหนังเอวีแล้วการได้เห็นนักแสดงชายหลั่งอสุจิลงบนใบหน้าของนักแสดงหญิงเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งก็เป็นสิ่งที่มีความเป็นมาค่อนข้างที่จะยาวนานเลยทีเดียว โดยมีการพบข้อความในหนังสือชื่อ the 120 days of Sodom ของ Marquis de Sade ที่เขียนเอาไว้เมื่อปี ค.ศ. 1785 กล่าวว่าน้ำเชื้อนั้นเปรียบได้ดังการแสดงออกซึ่งความปรารถนาของฝ่ายชาย โดจินและฝ่ายหญิงก็จะต้องรองรับมันเอาไว้ และการที่ฝ่ายชายหลั่งน้ำเชื้อลงบนใบหน้าของฝ่ายหญิงนั้น ทำให้สามารถมองเห็นใบหน้า และดวงตาของฝ่ายหญิงได้ในเวลาเดียวกัน เป็นสิ่งที่แสดงให้เป็นรูปธรรมมากกว่าการหลั่งภายในร่างกาย

ซึ่งหนังเอวีในปัจจุบันมีฉากที่นักแสดงชายหลั่งให้เห็นภายนอกอยู่มากมายหลายเรื่อง ทั้งหลั่งใส่ปากและใบหน้าของตัวละครหญิง โดยที่การหลั่งใส่ใบหน้าจะมีมากกว่าถึง 62% เลยทีเดียว ซึ่งก็มีนักจิตวิทยาบางคนมองว่าความนิยมในการหลั่งใส่ใบหน้าของฝ่ายหญิงเป็นอาการทางจิตที่เรียกว่า Paraphilia ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ผิดธรรมชาติและเป็นการเหยียดหยามความเป็นมนุษย์

โดยมุมมองดังกล่าวก็ไปสอดคล้องกับบรรดานักสิทธิสตรีที่มองว่า การที่ผู้ชายหลั่งใส่ใบหน้าของผู้หญิงนั้น โดจินเป็นการทำให้ผู้หญิงเปรียบเหมือนเป็นสิ่งของที่ไร้ชีวิตและเป็นเพียงเครื่องเล่นทางเพศอย่างหนึ่งของผู้ชายเท่านั้น นอกจากนี้แล้วการราดหน้าผู้หญิงด้วยน้ำเชื้อ ทำให้ผู้หญิงต้องกลายเป็นสิ่งรองรับสิ่งสกปรกของผู้ชายอีกด้วย

ในเวลาต่อมา “การราดหน้า” ก็ได้มีการพัฒนาจนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Bukkake (ความหมายตามรากศัพท์ภาษาญี่ปุ่นหมายถึงการราดรดบางสิ่ง) โดจินเกิดขึ้น ซึ่งการทำ Bukkake นี้ ก็คือการที่ฝ่ายหญิงเพียงคนเดียวจะต้องรองรับน้ำเชื้อจากผู้ชายที่หลั่งใสใบหน้าของเธอพร้อมกันทีเดียวครั้งละหลาย ๆ คน

แต่ความนิยมในการทำ Bukkake ในหนังเอวีญี่ปุ่นนั้น สาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจากการกฏหมายการเซ็นเซอร์ของญี่ปุ่นที่ห้ามไม่ให้เห็นอวัยวะเพศปรากฏในภาพยนต์นั่นเอง จึงส่งผลให้ผู้กำกับอาศัยช่องโหว่จากกฏหมายดังกล่าวแสดงฉากร่วมเพศให้เห็นได้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกว่าตัวละครได้ถึงจุดสุดยอดในการร่วมเพศ ซึ่งเป็นจุด climax โดจินของภาพยนต์อีกด้วย